วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เคล็ดลับการเลือกกรอบแว่นตาให้เหมาะกับรูปหน้า

เคล็ดลับการเลือกกรอบแว่นตาให้เหมาะกับรูปหน้า




ศิลปะการเลือกแว่นให้เข้ากับรูปหน้า เป็นเรื่องที่น่ารู้นะคะ เพื่อปรับเปลี่ยนลุคใหม่ ให้เหมาะกับคุณ

วิธีเลือกแว่นให้เหมาะกับรูปหน้าของคุณ มีเคล็ดลับ 3 อย่างในการเลือกแว่นดังนี้ค่ะ

1. กรอบแว่นควรจะผิดแผกไปจากรูปหน้าของคุณ หากใบหน้ากลมแล้วใสแว่นตากลม อย่างนี้ไม่เหมาะค่ะ
 
2. ขนาดของกรอบแว่นควรพอเหมาะกับขนาดของหน้า
3. แว่นตาควรจะเข้ากับบุคลิกภาพของคุณค่ะ

นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงลักษณะจมูกด้วย

1. จมูกใหญ่ ควรใช้กรอบที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้สมดุลกับจมูก ถ้ากรอบเล็กจะทำให้จมูกของคุณดูเด่นออกมา
 
2. จมูกยาว เลือกกรอบที่ก้านแว่นสูงเพื่อดึงความสนใจไปอยู่ที่บริเวณขมับแทน สะพานแว่น 2 ชั้น จะทำให้จมูกดูสั้นลง
3. จมูกเล็ก สะพานแว่นสูงและสีอ่อน จะทำให้จมูกที่สั้น หรือเล็กดูยาวขึ้น
 





ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม (Square Face)

1. ควรเลือกกรอบที่ทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น
 
2. กรอบที่แคบและมีความโค้งมนเล็กน้อยจะทำให้ใบหน้าดูเหลี่ยมน้อยลง และเพิ่มความยาวให้ใบหน้า
3. กรอบควรมีความยาวในแนวนอนมากกว่าแนวตั้ง
4. ลองเลือกกรอบรูปไข่ที่มีก้านแว่นอยู่ตำแหน่งตรงกลาง ไม่สูงหรือต่ำ
 - See more at: 









 ใบรูปหน้ากลม (Round Face)

1. กรอบที่แคบและเป็นมุมเฉียงเล็กน้อยจะทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น
 
2. หลีกเลี่ยงกรอบแบบกลม จะทำให้หน้าดูใหญ่เกินความจริง
3. กรอบควรมีความกว้างมากกว่าความลึก

 ใบหน้ารูปสามเหลี่ยมหรือรูปหัวใจ (Triangle or Heart Shaped Face)

1. เลือกกรอบที่ช่วยเพิ่มความกว้างตั้งแต่บริเวณใต้ระดับตาลงไปจนถึงคางที่แคบ
 
2. เลือกแบบที่สีอ่อนมากๆ และไม่มีกรอบ
3. ลองดูกรอบที่ด้านล่างกว้างกว่าด้านบน
4. กรอบแบบที่นักบินใช้ แบบผีเสื้อ หรือแบบคล้ายๆสามเหลี่ยม (ด้านบนโค้ง แต่ด้านล้างตรง) ก็ใช้ได้เช่นกัน

 ใบหน้ายาว (The Long or Rectangular Face)

1. กรอบควรทำให้หน้าดูสั้นลงและกว้างออก
 
2. กรอบควรจะมีความลึกจากด้านบนลงด้านล่าง
3. เพื่อให้หน้าดูนุ่มลง ควรเลือกกรอบแบบกลม ลึก หรือกรอบที่เป็นสามเหลี่ยม (ด้านบนเป็นเส้นตรง ด้านบนโค้ง) หรือกรอบที่เน้นเส้นในแนวนอน
4. สะพานแว่นที่อยู่ในตำแหน่งต่ำจะทำให้จมูกดูสั้นลง








ใบหน้ารูปไข่ (The Oval Shape Face)

1. เลือกกรอบที่ทำให้หน้ารูปไข่คงความสมดุล
 
2. เลือกกรอบที่กว้าง หรือกว้างกว่าส่วนที่กว้างที่สุดของใบหน้า
3. เลือกกรอบสมส่วนเพื่อให้รับกับใบหน้า
4. เลือกกรอบที่เป็นแนวเดียวกับคิ้ว อย่าเลือกแว่นที่ทำให้เกิดแนวเส้นใหม่ขึ้นบน ใบหน้า
 







ใบหน้ารูปเพชร (Diamond) 

ใบหน้าแบบนี้เป็นแบบที่พบน้อยที่สุดค่ะ เพื่อที่จะทำให้ดวงตาดูเด่นและเบี่ยงเบนความสนใจไปจากโหนกแก้ม ลองเลือกกรอบที่มีรายละเอียดหรือเน้นที่คิ้ว หรือเลือกแว่นแบบไม่มีกรอบ, กรอบรูปไข่ หรือกรอบรูปตาแมว เพื่อเพิ่มความกว้างและเน้นส่วนด้านบนของหน้าที่แคบ ลองเลือกกรอบที่เน้นสีสันมากๆ หรือมีลูกเล่นที่กรอบด้านบนด้านเดียว หรือกรอบรูปตาแมว 

วิธีดูแลรักษา

วิธีดูแลรักษาแว่นสุดรัก






ควรดูแลทำความสะอาดแว่นด้วยผ้าเช็ดแว่น หรือน้ำยาทำความสะอาดแว่น อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เนื่องจากกรอบแว่นและเลนส์อาจสกปรกจากฝุ่นละอองทั่วไป หรือครีมบำรุงผิวและเส้นผมของผู้สวมใส่

    ผ้าที่จะนำมาใช้เช็ดเลนส์และกรอบแว่นควรเป็นผ้าที่อ่อนนุ่ม หรือผ้าสำหรับเช็ดแว่นโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้ผ้าลินินหรือผ้าที่ทำจากขนสัตว์เพราะจะทำให้เกิดรอยในระหว่างที่เช็ด 

    ส่วนการเก็บแว่นควรเก็บไว้ใส่กล่องใส่แว่นตาทุกครั้ง หลังจากการเลิกใช้งานแล้วไม่ควรเก็บแว่นใส่กระเป๋าโดยตรง หรือหนีบไว้ที่กระเป๋าเสื้อ เพราะอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้จากสิ่งของอื่นๆ ที่อยู่ในกระเป๋า 

    การสวมและถอดแว่นทุกครั้งต้องใช้มือทั้งสองข้างจับที่ขาแว่นซ้ายและขวาพร้อมกันในขณะที่สวมหรือถอด ในขณะที่สวมให้สวมจากด้านบนศีรษะ แต่ให้ถอดออกในแนวตรงเพื่อการรักษาสมดุลไม่ให้กรอบแว่นเสียรูปทรง 

    ในกรณีที่แว่นทำจากวัสดุพลาสติก ไม่ควรถอดวางไว้บริเวณหน้ารถ ในช่วงเวลาที่มีอากาศร้อนเพราะความร้อนอาจทำให้แว่นเปลี่ยนรูปทรงได้

คำแนะนำก่อนเลือกซื้อแว่นกันแดด

คำแนะนำก่อนเลือกซื้อแว่นกันแดด




      แสงสว่างช่วยให้นัยน์ตาของมนุษย์ สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ แต่ก็สามารถทำอันตราย ต่อนัยน์ตามนุษย์ ได้เช่นเดียวกัน รังสีอุลตร้าไวโอเลต UV ในแสงสว่าง มีส่วนสำคัญในการทำลายกระจกตา (cornea) และเรตินา (retina) เช่นเดียวกับแสงที่มีความสว่างมากเกินไป อาจทำให้ผู้มองเกิดอาการตาบอดชั่วคราวหรือถาวร การสวมแว่นกันแดดเป็นวิธีหนึ่ง ในการป้องกันนัยน์ตาเราจากอันตรายดังกล่าวนี้ได้ ปัจจุบันแว่นกันแดด มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป สนนราคาแตกต่างกัน ตั้งแต่อันละไม่กี่สิบบาทที่วางขายตามแผงแบกะดิน เรื่อยไปจนถึง แว่นอันละหลายพันบาท ที่ขายในห้างสรรพสินค้าหรือร้านขายแว่น เชื่อว่าหลายท่าน คงสงสัยว่าอะไร ทำให้ราคาแตกต่างกัน และแว่นกันแดดราคาแพงมีคุณภาพดีกว่าแว่นราคาถูกๆ อย่างที่โฆษณากันจริงหรือไม่

         แว่นกันแดดที่ดีควรมีลักษณะเป็นอย่างไร? แว่นกันแดดมีหน้าที่ป้องกันนัยน์ตา จากสิ่งต่อไปนี้ รังสีอุลตร้าไวโอเลต แสงที่มีความเข้มสูง แสงจ้า (glare) ที่เกิดจากการสะท้อน ของแสงบนผิววัสดุ ที่มีความมันวาว และอาจทำให้เกิดอาการตาพร่าชั่วขณะ รวมถึงเพิ่มความตัดกัน (contrast) ของการมองเห็นในบางภูมิประเทศด้วย แว่นที่ดีควรมีสมบัติดังกล่าวนี้ ครบถ้วนหรือมากที่สุด แว่นกันแดดที่ไม่มีคุณภาพ นอกจากจะไม่ช่วยป้องกัน นัยน์ตาของคุณแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น เช่น แว่นกันแดดบางชนิด อาจป้องกันได้เฉพาะแสงสว่าง แต่ไม่ป้องกันรังสีอุลตร้าไวโอเลต เมื่อสวมแว่นชนิดนี้ ม่านตาจะสามารถเปิดรับแสงมากขึ้น ซึ่งทำให้รังสีอุลตร้าไวโอเลต เข้าสู่นัยน์ตามากขึ้นตามไปด้วย โดยทั่วไป หลักใหญ่ๆ ในการเลือกซื้อแว่นกันแดด ได้แก่
        วัสดุที่ใช้ทำเลนส์ ปัจจุบันมีทั้งเลนส์แก้วและเลนส์พลาสติก เช่น เรซินแข็ง โพลิคาร์บอเนต เลนส์พลาสติก มีน้ำหนักเบา และทนต่อการกระแทก ได้ดีกว่าเลนส์แก้ว แต่มีความแข็งต่ำ เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย จึงต้องมีการเคลือบผิว เพื่อป้องกันการขีดข่วน ซึ่งทำให้ราคาสูงขึ้น
        คุณภาพเชิงทัศนศาสตร์ เลนส์ที่ดีต้องไม่ทำให้เกิดความบิดเบี้ยว หรือกระจายสีรุ้ง วิธีการตรวจสอบ ความบิดเบี้ยวทำได้ง่ายๆ โดยการจ้องมองเลนส์ข้างหนึ่ง ไปยังภาพวัตถุที่เป็นเส้น (เช่น แนวเส้นกระเบื้องปูพื้น) จากนั้นขยับแว่นช้าๆ เลนส์ที่ดีต้องไม่ทำให้เส้นตรงดังกล่าว เกิดการคดงอในขณะที่ขยับแว่น
    การตัดแสง ปัจจุบันสามารถผลิตเลนส์ที่สามารถลดความเข้มแสงได้สูงถึง 97% ซึ่งเหมาะกับการใช้งาน ที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่มีความสว่างมาก เช่น นักปีนเขาหรือผู้เล่นสกีหิมะ สำหรับการใช้งานทั่วๆ ไป เช่น การเดินเล่นตามชายหาด หรือขับรถ เลนส์ที่ตัดแสงได้ 70-90% ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
    สีของเลนส์ เลนส์แว่นกันแดดมีให้เลือกหลายสี ซึ่งแต่ละสีก็เหมาะกับ การใช้งานในสภาพต่างกันไป เช่น เลนส์สีชา (amber) และสีเทาดำ เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไป เลนส์สีเหลืองหรือทอง เหมาะกับการใช้ ในภูมิประเทศที่มีหิมะ ขณะที่เลนส์สีม่วงหรือสีกุหลาบ เหมาะกับใช้ในการเดินป่าล่าสัตว์ หรือเล่นกีฬาทางน้ำ เป็นต้น


สีเลนส์มีประโยชน์อย่างไร

สีเลนส์มีประโยชน์อย่างไร

1. สีเทา - ให้ความรู้สึกสบายตา - ลดความจ้าของแสง
2. สีควันบุหรี่ - ให้ความรู้สึกสบายตา - ลดความจ้าของแสง
3. สีเขียว - ช่วยผ่อนคลายการเพ่งให้ตา
4. สีน้ำตาล - ไม่ช่วยลดความจ้าของแสง เลือกสีเลนส์ที่เหมาะกับการแต่งกาย




BLUE
• สีฟ้าใสสร้างความรู้สึกคล่องแคล่ว สดใส
• เสริมสร้างบุคลิกของผู้ประสบความสำเร็จให้โดดเด่น
• เหมาะกับผู้ที่ชอบแต่งตัวโทนสีฟ้า ม่วง ชมพู หรือเทา


PURPLE 
• เน้นความรู้สึกโก้หรู สง่างาม 
• ช่วยอำพรางริ้วรอยไม่พึงปรารถนารอบดวงตา 
• เหมาะกับผู้ที่ชอบแต่งตัวโทนสีฟ้า ม่วง ชมพู หรือตามแฟชั่น



PINK 
• ให้ความนุ่มนวล เปล่งปลั่ง แก่บริเวณรอบดวงตา 
• ช่วยอำพรางความลึกของดวงตา และริ้วรอยตามธรรมชาติ 
• เหมาะกับผู้ที่ชอบแต่งตัวโทนสีฟ้า ม่วง ชมพู หรือเทา 


BROWN 
• ให้ความเป็นธรรมชาติ 
• เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ทุกโอกาส และเวลา 
• เหมาะกับผู้ที่ชอบแต่งตัวโทนสีน้ำตาล เขียว ส้ม หรือเทา


GRAY
• เสริมสร้างบุคลิกให้แลดูเข้มแข็ง และหลักแหลม
• เหมาะกับกิจกรรม กีฬา ธุรกิจ และโอกาสต่าง ๆ
• เข้าได้กับการแต่งกายในทุก ๆ สี


GREEN 
• ให้เอกลักษณ์เฉพาะตัว 
• เหมาะกับการเล่นกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง
• เหมาะกับผู้ที่ชอบแต่งตัวโทนสีน้ำตาล เขียว เหลือง ส้ม หรือเทา 2 กลุ่มสีร่วม…สีสันแฟชั่นชาย สีร่วม คือปัจจัยสำคัญสำหรับแฟชั่นชาย ที่เหมาะกับการแต่งตัวไม่ว่าอย่างเป็นทางการ หรือตามสบาย














เลนส์ปรับแสง

เลนส์ปรับแสง 



     เลนส์ ปรับแสงเป็นเลนส์ที่สามารถเปลี่ยนความเข้มของสีเลนส์ได้ตามควา มเข้มของแสง ที่ได้รับ และสีของเลนส์จะจางลงเมื่อเข้ามาสู่ที่ร่มเพราะในเนื้อวัสดุของเลนส์จะผสม สารซิลเวอร์ฮาไลด์ ซึ่งไวต่อแสงแดด และรังสี UV เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งควบคู่กับการทำงานในออฟฟิศ และผู้ที่ต้องการใส่แว่นอันเดียวตลอดเวลา รวมทั้งยังสามารถใช้เป็นเลนส์แก้ไขปัญหาสายตาและเป็นแว่นกันแดดได้ในเวลา เดียวกัน
- ปรับเปลี่ยนสีได้เข้มมากน้อยขึ้นอยู่ความเข้มของแสง
- เปลี่ยนสีให้จางลง เมื่อเข้ามาในร่ม 15 วินาที
- ปรับเปลี่ยนสีได้ทั้งสีเทา , สีชา
- สามรถป้องกันรังสี UV จากแสงแดด
- เพิ่มคุณสมบัติพิเศษได้ โดยเคลือบสาร MULTICOATED
- มีทั้งเนื้อวัสดุกระจกและพลาสติก  


เลนส์โพลาไรซ์ (Polarize ) คืออะไร

เลนส์โพลาไรซ์  (Polarize ) คืออะไร

     เลนส์โพลาไรซ์   เป็นเลนส์ที่ช่วยตัดแสงสะท้อนในแนวราบครับ เช่นแสงที่สะท้อนจากกระจกรถยนต์ บางส่วน  การตัดแสงจะมากหรือน้อย   ขึ้นอยู่กับมุมของดวงอาทิตย์ ที่ทำกับวัตถุที่สะท้อนแสงออกมา เช่นเมื่อมองกระจกใสที่หน้าร้านค้าในตอนกลางวัน  บางทีจะเห็นเงาของวัตถุที่ อยู่ด้านหน้าเช่น คน รถยนต์ ต้นไม้ สะท้อนอยู่ในกระจก แต่พอใส่แว่น เลนส์โพลาไรซ์ แล้วจะสามารถมองทะลุไปได้โดยไม่มีแสงสะท้อน ผลพลอยได้ข้างเคียงที่เพิ่มมาก็คือจะเห็นต้นไม่มีใบสีเขียวมากขึ้น และฟ้าจะเป็นสีฟ้าเข้มครับ




RayBan Wayfarer

RayBan Wayfarer 

                                         

      Wayfarer เป็นแบบแว่นกันแดดที่ขายดีมากที่สุดแบบหนึ่งของ Ray Ban ซึ่งออกแบบขึ้นมาโดย Raymond Stegeman นักออกแบบจากบริษัท Bausch and Lomb (บริษัทแม่ของ Ray Ban) ในปี 1952 ซึ่งในยุคนั้นได้ดาราฮอลลีวู๊ดชื่อดังสวมใส่ออกงานต่างๆอย่างเช่น Marilyn Monroe, Audrey Hepburn, และ James Dean ทำให้แว่นกันแดด Wayfarer ได้รับความนิยมแบบสุดๆเลยทีเดียวครับ
     ปัจจุบัน Wayfarer ได้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหนึ่งจากดาราฮอลลีวู๊ดที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันอย่างเช่น Lindsay Lohan, Kirsten Dunst, Tom Cruise และอีกหลายๆคน...

แว่นกันแดด เสื้อเกราะของดวงตา

แว่นกันแดด เสื้อเกราะของดวงตา

     แสง แดด เป็นพลังงานธรรมชาติที่ให้ประโยชน์คุณาประการตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ภายในบ้าน จนถึงงานประดิษฐ์เพื่อสิ่งแวดล้อมระดับชาติ แต่อย่างไรก็ดีเปลวแดดที่แผดเผาเหล่านี้ก็มีโทษต่อมนุษย์ เป็นอันตรายต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง หรือแม้กระทั่งดวงตาก็ต้องแบกรับภาระความเสี่ยงนี้ไม่แตกต่างกัน
    จากลักษณะภูมิประเทศนั้น ประเทศไทยของเราอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรทำให้โดยรวมจะได้รับแสงแดดมากโดยเฉพาะเวลาจาก 10 โมงเช้าไปจนถึงบ่าย 4 โมง และเมื่อบวกกับช่วงเวลาที่ประเทศไทยหันหน้าตรงกับดวงอาทิตย์ในฤดูร้อนก็ยิ่ง ทำให้ดีกรีความร้อนพุ่งสูงขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงการเพิ่มการป้องกันแสงแดดให้มากขึ้นนั่นเอง
      สำหรับ วิธีการลดอัตราเสี่ยงทางด้านร่างกาย และผิวหนังนั้น นอกจากจะหลีกเลี่ยงการออกแดดในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว การเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด ใช้ร่ม หรือหมวกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง และควรทาครีมกันแดดทาทุกครั้งที่จะออกแดด โดยเลือกตัวเลขค่าป้องกันแสงแดดที่เรียกว่า SPF สูงเกิน 15 เพื่อจะได้ป้องกันแสงแดดอย่างเต็มที่


     ส่วน ดวงตาก็เช่นกัน กล่าวคือให้หลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับดวงอาทิตย์โดยตรง และถ้าให้ดีควรหาแว่นตากันแดดมาสวมใส่ทุกครั้งที่ออกสู่กลางแจ้ง ซึ่งข้อดีของแว่นตากันแดด ไม่เพียงลดระดับแสงที่มากระทบดวงตาให้น้อยลงเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันไม่ให้เยื่อบุของตาผิดปกติ อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคตาต้อเนื้อ ต้อกระจก และเร่งความเสื่อมสมรรถภาพของจอตาได้

   ปัจจุบัน มีแว่นกันแดดให้ เลือกมากมาย แต่จุดสำคัญนั้นอยู่ที่การเลือกเลนส์ ซึ่งมาตรฐานขององค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้กำหนดไว้ว่า แว่นกันแดดที่ได้มาตรฐานในการป้องกันรังสีอุลตร้าไวโอเลตนั้น อย่างน้อยต้องสามารถป้องกัน 95% ของ UV-A และ 99% ของ UV-B ไม่ให้ผ่านเลนส์เข้าสู่ดวงตาได้
            เลนส์ แต่ละประเภทก็มีประโยชน์และการใช้งาน ที่แตกต่างสถานะกัน ยกตัวอย่าง เลนส์โพลารอยด์ นั้นมีส่วนผสมที่เรียกว่า ‘โพลาไรซ์เพลต’ ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันแสงสะท้อนทำให้มองแล้วไม่รู้สึกถึงความพร่ามัว และยังช่วยตัดแสงที่ทำมุม 45 องศาที่เข้ามากระทบกับดวงตาได้อีกด้วย ซึ่งเลนส์ประเภทนี้จะเหมาะกับผู้ที่ต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดจ้าเป็นเวลานานๆ เช่น คนขับรถ เล่นกีฬา หรือทำงานกลางแจ้ง

            ส่วนเลนส์สีน้ำตาลและสีอำพัน จะเหมาะกับสภาพแดดจ้า แบบชายทะเล หรือแดดบนภูเขา เลนส์สีนี้จะช่วยให้มองเห็นโครงร่างต่างๆ ของวัตถุได้อย่างชัดเจน มองสีและแสงดูได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้ในวันที่บรรยากาศขมุกขมัวมีหมอกจัด แว่นชนิดนี้จะทำหน้าที่เสมือนไฟตัดหมอกของรถยนต์ ทำให้ผู้สวมใส่มองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างชัดเจนขึ้นใน ขณะที่โทนสีสดใสอย่างเลนส์สีชมพูกุหลาบ 
สีเหลือง และสีเขียว ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับใบหน้าผู้สวมนั้นก็สามารถช่วยกรองแสง และใช้ได้ดีกับการเล่นกีฬากลางแจ้งเช่นกัน

    เมื่อทราบแล้วว่าแว่น กันแดดชนิดไหนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ก็อย่าลืมซื้อหามาใส่กัน เพื่อให้ดวงตาคู่งามๆ นี้ สดใสและอยู่คู่กับเราไปทุกๆ หน้าร้อน และตลอดไปไง   ครับผม

คุณสมบัติของเลนส์

คุณสมบัติของเลนส์รแบน (Ray ban Lens)


    

Ray ba นั้นจะแบ่งประเภทชนิดเลนส์ออกเป็น 4 แบบหลักๆ คือ

Classic Lenses จะถูกแบ่งเป็นสองเลนส์คือ G-15,B-15
Gradient Lenses
Special Lenses จะถูกแบ่งเป็นสองเลนส์คือ Mirror,Legends
Polarized Lenses

   1.Classic Lenses

      G-15 Lenses


         เลนส์สีดำ-เขียวแก่ เลนส์ g-15 นั้นจะสามารถดูดสับแสงที่กระทบเข้ามาในดวงตาได้ถึง 85% และแน่นอนคือปกป้องแสง UV ต่างๆที่เป็นอันตรายต่อดวงตา โดยตัวเลนส์ g-15 นี้จะบล็อคแสงสีฟ้าได้ดีที่สุดจึงเหมาะแก่การใส่ในที่กลางแจ้ง แดดจัดๆ และการที่เลนส์เป็นสีเขียว ( G-15 )  ช่วยทำให้การมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ดีและสบายตา มองทุกอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยไม่ต้องหลี่ตา สีที่มองเห็นจะเป็นธรรมชาติ ผิดเพี้ยน และสวมใส่สบายตา โดยจะไม่ทำให้ไม่รู้สึกถึงการไม่เป็นธรรมชาติในการมองเห็น
         คำแนะนำ : G-15 นั้นเหมาะแก่ใส่กลางแจ้งเวลากลางวัน ใส่ขับรถเวลากลางวัน

       B-15 Lenses



    เลนส์สีน้ำตาล ตัวเลนส์ B-15 นั้นคุณสมบัติหลักนั้นแตกต่างกับเลนส์ G-15 แต่คุณสมบัติที่แตกต่างกันคือจะสบายตากว่าในที่ที่มีแสงน้อยแต่ยังคงสามารถใส่กลางแจ้งได้เช่นกัน ตัวเลนส์ B-15 ภาพที่ได้นั้นจะชัดเจนกว่าตัว G-15 เล็กน้อยเหมาะแก่การใส่ในที่ที่แสงไม่จ้ามาก
           คำแนะนำ : B-15 นั้นเหมาะสำหรับใส่ในที่ที่แสงไม่จ้ามาก ให้ภาพที่ชัดเจนกว่าเมื่ออยู่ในที่ร่ม ใส่ขับรถเวลากลางวัน ใส่ในที่ร่ม

   2.Gradient Lenses (เลนส์ไล่สี)


         เลนส์ชนิดนี้ใช้เทคโนโลยีการไล่สีโดยที่ข้างบนจะเข้มไล่ไปจนอ่อน ใช้กระบวนผลิตขั้นสูงที่นำเอาสุญญากาศมาใช้ ทำให้สีที่ติดบนเลนส์แว่นเป็นชั้นบางๆ เลนส์ Gradient เหมาะแก่การใส่ในที่ร่มโดยภาพที่มองเห็นจะสบายตากว่าตัว เลนส์ G-15,B-15
           แนะนำ : ควรใส่ในที่ร่ม ภาพที่มองในที่ร่มจะสบายตากว่า G-15 และ B-15

3.Special Lenses

      Mirror Lenses


          Mirror Lenses หรือเลนส์ฉาบปรอท คือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่ superheated metal oxides คือการนำเอาสารประกอบประเภทโลหะมาหลอมรวมกับตัวเลนส์จึงทำให้สีของเลนส์ออกมาคล้ายกับการฉาบปรอททำให้เกิดสีสันต่างๆขึ้น เหมาะแก่การใส่ขับรถกลางแจ้ง เพิ่มความโดดเด่นให้กับการสวมใส่ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปกปิดการมองเห็นสายตาเวลาคนมองเข้ามา
           คำแนะนำ : สำหรับคนที่ชอบความโดดเด่นเวลาสวมใส่ ปกปิดสายตาเวลาคนอื่นมองเข้ามา ใส่กลางแจ้ง

Legends Lenses


            เป็นเลนส์ชนิดใหม่ที่ ray-ban จะทำเลนส์ชนิดนี้เฉพาะกับแว่นที่เป็นรุ่น Limited Edition เลนส์ทำมาจากกระจกคุณภาพสูง สีเลนส์ที่ออกแนว vintage สำหรับคนที่ชื่นชอบในแนว vintage
            คำแนะนำ : สำหรับคนที่ชอบความโดดเด่นด้วยสีของเลนส์ ไม่เหมือนใคร

4.Polarized Lenses 


           Polarized Lenses จะมีการเคลือบฟิลม์โพลาไรซ์ (multi coat) สีน้ำเงินอมม่วง ทับไปอีก 1 ชั้น เพื่อช่วยป้องกันและตัดแสงช่วยลดแสงจ้าที่ตกกระทบกับวัตถุมันวาว เช่น กระจก, ผิวน้ำ ,ไอร้อนบนถนนเวลาขับรถ คล้ายกับลักษณะการตัดแสงจึงทำให้เห็นภาพที่ชัดเจน และสบายตากว่าเลนส์ธรรมดา